Weple

คู่มือ

เว็บไซต์เปิดแล้ว แต่เสิร์ชเอนจินยังไม่รู้จัก

สิ่งที่โผล่ในผลค้นหาคือสำเนา ไม่ใช่ตัวเว็บ

ตอนพิมพ์อะไรลงช่องค้นหา เสิร์ชเอนจินไม่ได้ออกไปกวาดอินเทอร์เน็ตสด ๆ ในวินาทีนั้น มันหยิบคำตอบจากกองสำเนาหน้าเว็บที่เก็บรวบรวมไว้ล่วงหน้า กองสำเนานี้เรียกว่าดัชนี หน้าที่ไม่เคยเข้าไปอยู่ในดัชนี ต่อให้เนื้อหาดีแค่ไหนก็ไม่มีทางโผล่ในผลค้นหา

เว็บที่เพิ่งเปิดอยู่ตรงจุดนั้นพอดี ตัวเก็บข้อมูลหาหน้าใหม่ด้วยการไต่ลิงก์จากหน้าที่รู้จักอยู่แล้ว แต่ทั้งอินเทอร์เน็ตยังไม่มีลิงก์สักเส้นที่ชี้มายังเว็บที่เพิ่งเปิดเมื่อวาน รอเฉย ๆ ไม่มีใครมา

งานแรกจึงไม่ใช่แต่งดีไซน์ ไม่ใช่ซื้อโฆษณา แต่เป็นการบอกเสิร์ชเอนจินว่าเว็บนี้มีตัวตน ทุกเจ้าเปิดประตูหน้าไว้ให้เจ้าของเว็บเดินเข้าไปแจ้งเอง และขั้นนี้ใกล้เคียงงานเอกสารมากกว่างานเขียนโปรแกรม

เปิดบัญชีเครื่องมือเว็บมาสเตอร์ก่อนอย่างอื่น

Google Search Console ครอบคลุมเกือบทั้งหมดแล้ว ส่วน Bing Webmaster Tools ก็ลงทะเบียนแบบเดียวกันโดยใช้เวลาเพิ่มอีกนิดเดียว สร้างบัญชี ยืนยันความเป็นเจ้าของเว็บ แล้วส่งที่อยู่เว็บเข้าไป การยืนยันมักเป็นการอัปโหลดไฟล์ตามคำแนะนำ หรือวางค่าหนึ่งบรรทัดในหน้าจัดการโดเมน ขอแค่ยังล็อกอินเข้าที่ที่ซื้อโดเมนได้ ก็เดินตามหน้าจอได้จนจบ

ส่ง sitemap ไปพร้อมกันเลย มันคือไฟล์รายการบอกว่าเว็บเรามีหน้าอะไรบ้าง เครื่องมือสร้างเว็บสมัยนี้ส่วนใหญ่สร้างให้อัตโนมัติ ลองเติม /sitemap.xml ต่อท้ายที่อยู่เว็บ ถ้าเปิดในเบราว์เซอร์แล้วมีเนื้อหาขึ้นมา ก็เอาที่อยู่นั้นไปกรอกได้ทันที

เครื่องมือพวกนี้เป็นทั้งจุดลงทะเบียนและแผงหน้าปัด หน้าไหนเข้าดัชนีแล้ว คนเข้ามาด้วยคำค้นอะไร หน้าที่ไม่ถูกเก็บติดอยู่ตรงเงื่อนไขไหน ทุกอย่างขึ้นบนหน้าจอนี้ ก้าวถัดไปส่วนใหญ่อ่านออกมาจากตรงนี้

ถ้ามีหน้าร้านจริง การลงทะเบียน Google Business Profile มักเห็นผลกับการค้นหาในพื้นที่เร็วกว่ารอเว็บถูกเก็บเข้าดัชนี และไม่ต้องใช้นักพัฒนาเช่นกัน แต่ไม่ว่าทางไหน ลงทะเบียนแล้ววันรุ่งขึ้นยังไม่โผล่ ใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่วันถึงหลายสัปดาห์ และคิวนี้ไม่มีใครลัดให้ได้

คำที่ลูกค้าพิมพ์ ไม่ใช่ชื่อร้านของคุณ

พอการลงทะเบียนเข้าที่ ค้นด้วยชื่อร้านก็จะเริ่มเจอในไม่ช้า แต่คนที่พิมพ์ชื่อร้านคือคนที่รู้จักเราอยู่แล้ว ลูกค้าใหม่พิมพ์ปัญหาของตัวเอง ชื่อบริการพ่วงชื่อย่าน งานที่อยากจ้าง คำถามที่ถามหน้าเคาน์เตอร์ ถ้าไม่มีหน้าไหนในเว็บบรรจุคำพวกนั้น ต่อให้อยู่ในดัชนีก็ไม่มีจุดให้เกี่ยวขึ้นมา

เริ่มที่ชื่อหน้า ตัวอักษรบนแท็บเบราว์เซอร์คือลิงก์สีน้ำเงินในผลค้นหา ถ้าทุกหน้าใช้ชื่อร้านเป็นชื่อเดียวกันหมด เสิร์ชเอนจินก็ไม่มีข้อมูลไว้แยกหน้าเหล่านั้น ตั้งชื่อแต่ละหน้าให้บอกว่าหน้านั้นตอบเรื่องอะไร เครื่องมือสร้างเว็บส่วนใหญ่แก้ได้ในหน้าตั้งค่า และถ้าหาเมนูนั้นไม่เจอ นั่นคือจังหวะแรกที่ควรถามนักพัฒนา

สินทรัพย์ที่อยู่ทนที่สุดคือบทความ หยิบคำถามที่ลูกค้าถามซ้ำ ๆ มาหนึ่งข้อ แล้วตอบให้จบในหนึ่งหน้า คำที่ถูกถามบ่อยหน้าเคาน์เตอร์ก็ถูกพิมพ์บ่อยในช่องค้นหาเหมือนกัน หน้าแบบนี้ต่างจากโฆษณาตรงที่งบหมดแล้วไม่หายไป และยิ่งสะสมยิ่งส่งผู้เข้าชมให้กันเอง สิ่งที่ทำให้ทิ้งห่างคือความสม่ำเสมอ ไม่ใช่สำนวน

จากตรงนี้เป็นงานของนักพัฒนา

บางเว็บลงทะเบียนแล้ว บทความก็สะสมอยู่ แต่รายงานดัชนียังฟ้องปัญหาไม่หยุด ถึงจุดนี้ สิ่งที่ต้องตรวจคือตัวเว็บเอง

สาเหตุที่พบบ่อยมีอยู่ไม่กี่แบบ ค่าที่ตั้งไว้กันเสิร์ชเอนจินตอนกำลังพัฒนา แล้วหลงเหลืออยู่หลังเปิดใช้จริง บนหน้าจอไม่มีร่องรอยอะไร เจ้าของเลยเดินผ่านไปโดยไม่รู้ตัว เนื้อหาที่ถูกวาดด้วยวิธีที่ตัวเก็บข้อมูลอ่านไม่ได้ก็มี เปิดบนมือถือแล้วเละก็มี หน้าหนักจนคนรอไม่ไหวก็มี ทั้งหมดกัดกินทั้งดัชนีและอันดับ และล้วนเป็นงานฝั่งโค้ดกับเซิร์ฟเวอร์ที่เมนูหลังบ้านเอื้อมไม่ถึง

เส้นแบ่งชัดกว่าที่คิด สร้างบัญชี ลงทะเบียน เขียนบทความ เป็นฝั่งเจ้าของ ส่วนการแก้ข้อผิดพลาดที่ Search Console รายงาน เริ่มเป็นฝั่งนักพัฒนา มาตามลำดับนี้ พอถึงตอนเรียกคนเข้ามา อาการทั้งหมดถูกจัดเรียงไว้เรียบร้อยแล้ว

การวินิจฉัยใช้แค่ URL เดียว

งานปรับแต่งเสิร์ชเอนจินของ Weple เริ่มจากรายงานวินิจฉัยหนึ่งฉบับ เราแยกให้ก่อนว่าที่ไม่ถูกเก็บเข้าดัชนีเป็นเพราะลงทะเบียนไม่ครบ ชื่อหน้ากับโครงสร้างมีปัญหา หรือวิธีวาดหน้าเว็บกันตัวเก็บข้อมูลไว้ แล้วจัดลำดับการแก้ หน่วยการคิดงานดูได้ที่หน้าราคา ถ้าคุณลองทำตามขั้นตอนในบทความนี้แล้ว ช่วยแนบมาหนึ่งบรรทัดว่าไปหยุดอยู่ตรงไหน บรรทัดนั้นคือครึ่งหนึ่งของการวินิจฉัย

ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน

ส่งสถานการณ์ตอนนี้มาให้เรา เราตอบกลับขอบเขตและราคาภายใน 24 ชั่วโมง